“ตรัย” คว้าดับเบิลแชมป์ รุ่นไทยแลนด์ทัวริ่งคาร์
เข้าสู่ครึ่งทางการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โปร. เรซซิ่ง ซีรีส์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2010 กับเกมสนามที่ 3 ทำการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมอีก 2 เรซเหมือนเคย ที่สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา เมื่อวันที่ 24-25 ก.ค.ที่ผ่านมา ในรุ่นไทยแลนด์ ทัวริ่งคาร์ แชมเปี้ยนชิพยังคงไล่ล่าแชมป์กันอย่างสุดมัน ลุ้นกันทุกรอบในแต่ละเรซ ระหว่าง 2 นักแข่งจากทีมสิงห์ เรซซิ่ง คูล ปิติ ภิรมย์ภักดี กับตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน ซึ่งมีแชมป์ประเทศไทยเป็นเดิมพัน
ในเรซแรกของไทยแลนด์ ทัวริ่งคาร์ ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน ทำเวลาในรอบควอลิฟายมาดีที่สุด 1.08.822 นาที ตามมาด้วยนักแข่งน้องใหม่ของรายการนี้แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ณัยณพ ภิรมย์ภักดี 1.09.968 นาที ทางด้านเต็งหนึ่งอีกคน ปิติ ภิรมย์ภักดี ได้ออกสตาร์ทในอันดับที่ 4 ทำเวลาได้ 1.10.638 นาที
และไม่มีปัญหาสำหรับนักขับฟอร์มแรงจากค่าย สิงห์ เรซซิ่ง สคูล ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน นำโด่งจนจบการแข่งขัน ปล่อยให้นักแข่งร่วมค่าย ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ต้องหนีการกดดันของนักแข่งมากประสบการณ์อย่างกรัณฑ์ ศุภพงษ์ เพื่อช่วงชิงตำแหน่งรองแชมป์ในอันดับโอเวอร์ออล และณัยณพกทำสำเร็จคว้าที่ 2 ไปครอง ตามด้วยกรัณฑ์ ส่วนอันดับ 4 และ5 ส่วนอันดับ 4 และ 5 ตกเป็นของ ขจรศักดิ์ ณ สงขลา และ เอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ ตามลำดับ
ส่วน ปิติ ภิรมย์ภักดี เรซนี้ไม่มีคะแนนสะสม ต้องออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบที่ 13 จากการแข่งขันทั้งหมด 22 รอบ เซ็ตรถใหม่หวังแก้มือในเรซ 2
มาถึงในเรซที่ 2 ของรุ่นไทยแลนด์ ทัวริ่งคาร์ อันดับการออกสตาร์ทใช้เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดจากเรซ1 ตรัยธนิษฐ์ ทำมาดีที่สุด 1.09.380 นาที ประกบคู่กับปิติ ภิรมย์ภักดี 1.09.916 นาที ออกสตาร์ทไป ปิติ มีทีท่าจะสร้างความกดดันให้กับตรัยธนิษฐ์ ได้พอสมควร แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่รอบ รถเริ่มแผ่ว โดยมีณัยณพ ขึ้นมารักษาอันดับที่ 2 แทน และอันดับของปิติ หล่นลงไปอีก โดยสุริยา ชัยกิจสกล แซงขึ้นมาได้อีก
จบการแข่งขันตรัยธนิษฐ์ ขับอย่างมั่นใจไร้ความกดดัน ผ่านธงหมากรุกเป็นคันแรก ตามมาด้วยณัยณพ และสุริยา ส่วนปิติรับที่ 4 ไป ส่วนอันดับ 5 เป็นของกรัณฑ์ ศุภพงษ์
มาติดตามในรุ่นโปรคาร์กันบ้าง จากรอบควอลิฟายจัดอันดับสตาร์ท 2 อันดับแรกที่ดีที่สุดยังต้องเป็นของ 2 พี่น้องตระกูล”วงษ์ไพร” โดยภัทรพล วงษ์ไพร ทำเวลาไว้ 1.14.689 นาที และกิตติธัช วงษ์ไพร 1.15.589 นาที นอกจากนี้ยังมีนักแข่งหน้าเก่าจากรายการอื่น แต่เป็นหน้าใหม่ในรายการนี้ “อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพนธ์ ร่วมลงแข่งขันด้วย ทำเวลา1.17.061 นาทีมาในอันดับ 5
เริ่มเกมการแข่งขันในเรซแรก ราบรื่นตลอดเส้นทางสำหรับ ภัทรพล วงษ์ไพร ควบโปรตอน นีโอ คว้าแชมป์ในเรซนี้ไป โดยมีอัมรินทร์ นิติพนธ์ ที่อาศัยการช่วงชิงจังหวะที่ดีกว่าไล่เก็บทีละคันตามมาเข้ามาในอันดับ 2 ตามมาด้วยระพี พวงสุพาง ส่วนกิตติธัช วงษ์ไพร ต้องออกจาการแข่งไปหลังผ่านไปได้เพียง 2 รอบเท่านั้น
ในเรซที่2 นัก แข่งนอกจากต้องทนแรงกดดันกับเพื่อนนักแข่งด้วยกันเองแล้ว สภาพอากาศก็สร้างปัญหาให้นักแข่งและทีมงานต้องวางแผนกันให้ดี เนื่องจากมีฝนตกลงมา จนนายสนามประกาศเป็นเส้นทางแข็งแบบเปียก 2 คันแถวหน้ายังเป็นนักแข่งคู่เดิม ภัทรพล กับกิตติธัช ถึงแม้จะแข่งไม่จบในเรซแรกแต่ก็ทำเวลาต่อรอบไว้ได้ดี
หลังออกสตาร์ทไป ดูเหมือนภัทรพล จะแพ้ทางเปียกขับแบบประคองเหมือนเอาแค่จบการแข่งขันก็พอแล้ว ในทางกลับกันสุทธิลักษณ์ บุญเจริญ กับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น สามารถแซงขึ้นมาเป็นผู้นำได้ในช่วงกลางของเกม จนมาถึงช่วงท้ายของเกมภัทรพลเริ่มคุ้นกับสภาพสนามไล่กดดันสุทธิลักษณ์จนแซง ขึ้นมาได้ และพยายามฉีกตัวออกมา ตาพลาดหลุดในทางโค้ง เป็นทีของสุทธิลักษณ์ขึ้นมารักษาอันดับผู้นำได้อีกครั้งหนึ่ง จนจบการแข่งขัน ส่วนภัทรพล ตามเข้ามาอันดับ2 และอัมรินทร์ นิติพนธ์ ตามมาในอันดับ3
มาถึงรุ่นไทยแลนด์ ปิกอัพ ทรัค แชมเปี้ยนชิพ เป็นนัดล้างตาระหว่างจรัส แจ้งกมลกุลชัย กับวรพจน์ บุญช่วยเหลือ โดยมีม้ามืด บวริศร์ สวาวสุ เป็นตัวสอดแทรก
และเป็นไปตามคาด จรัส ที่ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลโพซิชั่น ทะยานขึ้นนำแบบหายห่วงก่อนซิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกเก็บคะแนนสะสมไปครอง โดยมี วรพจน์ ตามเข้ามาในอันดับ 2 ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ ขจรศักดิ์ ณ สงขลา ส่วนอันดับ 4 และ 5 ได้แก่ บวริศร์ และ ชำนาญ อ่อนศรี ตามลำดับ
ช่วงเรซที่ 2 จรัส ยังคงได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งผู้นำ หลังทำเวลาต่อรอบในเรซแรกได้เร็วที่สุด ตามด้วย วรพจน์ และ บวริศร์ ทั้งนี้มีตัวแปรใหม่คือสภาพอากาศ มีฝนตกลง และเช่นเคยนายสนามประกาศเป้นสภาพเส้นทางแข่งเปียก จรัสสตาร์ทออกไป ล่วงไปอยู่ในอันดับที่ 4 โดย มีขจรศักดิ์ ณ สงขลา ขึ้นไปเป้นจ่าฝูงในเรซนี้แทน ตามประกบมาด้วยเต็งหนึ่ง วรพจน์ บุญช่วยเหลือ ที่ชื่นชอบสภาพเส้นทางแบบนี้เป็นพิเศษ สร้างความกดดันให้กับผู้นำเป็นอย่างมาก
จนครบ 22 รอบ สนามไม่สามารถทำอะไรกันได้ แต่สร้างสีสันให้กับบรรดากองเชียร์รอบสนามเป็นอย่างมากสำหรับในรุ่นนี้ ผลปรากฏว่า ขจรศักดิ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ควบรถแข่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ตามด้วยวรพจน์ ขณะที่ 3 เป็นของ บวริศร์ ส่วนจรัส ถึงแม้จะเข้ามาในอันดับที่ 4 แต่ก็โดนขจรศักดิ์ แซงน็อครอบไปหนึ่งรอบ
สำหรับรอบชิงก่อนโค้งสุดท้ายในรายโปร. เรซซิ่ง ซีรีส์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2010 สนามที่ 4 จะมีขึ้ในระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน นี้ ที่ แก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี
ในเรซแรกของไทยแลนด์ ทัวริ่งคาร์ ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน ทำเวลาในรอบควอลิฟายมาดีที่สุด 1.08.822 นาที ตามมาด้วยนักแข่งน้องใหม่ของรายการนี้แต่ฝีมือไม่ธรรมดา ณัยณพ ภิรมย์ภักดี 1.09.968 นาที ทางด้านเต็งหนึ่งอีกคน ปิติ ภิรมย์ภักดี ได้ออกสตาร์ทในอันดับที่ 4 ทำเวลาได้ 1.10.638 นาที
และไม่มีปัญหาสำหรับนักขับฟอร์มแรงจากค่าย สิงห์ เรซซิ่ง สคูล ตรัยธนิษฐ์ ฉิมตะวัน นำโด่งจนจบการแข่งขัน ปล่อยให้นักแข่งร่วมค่าย ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ต้องหนีการกดดันของนักแข่งมากประสบการณ์อย่างกรัณฑ์ ศุภพงษ์ เพื่อช่วงชิงตำแหน่งรองแชมป์ในอันดับโอเวอร์ออล และณัยณพกทำสำเร็จคว้าที่ 2 ไปครอง ตามด้วยกรัณฑ์ ส่วนอันดับ 4 และ5 ส่วนอันดับ 4 และ 5 ตกเป็นของ ขจรศักดิ์ ณ สงขลา และ เอกประวัติ เพ็ชรรักษ์ ตามลำดับ
ส่วน ปิติ ภิรมย์ภักดี เรซนี้ไม่มีคะแนนสะสม ต้องออกจากการแข่งขันไปตั้งแต่รอบที่ 13 จากการแข่งขันทั้งหมด 22 รอบ เซ็ตรถใหม่หวังแก้มือในเรซ 2
มาถึงในเรซที่ 2 ของรุ่นไทยแลนด์ ทัวริ่งคาร์ อันดับการออกสตาร์ทใช้เวลาต่อรอบที่ดีที่สุดจากเรซ1 ตรัยธนิษฐ์ ทำมาดีที่สุด 1.09.380 นาที ประกบคู่กับปิติ ภิรมย์ภักดี 1.09.916 นาที ออกสตาร์ทไป ปิติ มีทีท่าจะสร้างความกดดันให้กับตรัยธนิษฐ์ ได้พอสมควร แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่รอบ รถเริ่มแผ่ว โดยมีณัยณพ ขึ้นมารักษาอันดับที่ 2 แทน และอันดับของปิติ หล่นลงไปอีก โดยสุริยา ชัยกิจสกล แซงขึ้นมาได้อีก
จบการแข่งขันตรัยธนิษฐ์ ขับอย่างมั่นใจไร้ความกดดัน ผ่านธงหมากรุกเป็นคันแรก ตามมาด้วยณัยณพ และสุริยา ส่วนปิติรับที่ 4 ไป ส่วนอันดับ 5 เป็นของกรัณฑ์ ศุภพงษ์
มาติดตามในรุ่นโปรคาร์กันบ้าง จากรอบควอลิฟายจัดอันดับสตาร์ท 2 อันดับแรกที่ดีที่สุดยังต้องเป็นของ 2 พี่น้องตระกูล”วงษ์ไพร” โดยภัทรพล วงษ์ไพร ทำเวลาไว้ 1.14.689 นาที และกิตติธัช วงษ์ไพร 1.15.589 นาที นอกจากนี้ยังมีนักแข่งหน้าเก่าจากรายการอื่น แต่เป็นหน้าใหม่ในรายการนี้ “อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพนธ์ ร่วมลงแข่งขันด้วย ทำเวลา1.17.061 นาทีมาในอันดับ 5
เริ่มเกมการแข่งขันในเรซแรก ราบรื่นตลอดเส้นทางสำหรับ ภัทรพล วงษ์ไพร ควบโปรตอน นีโอ คว้าแชมป์ในเรซนี้ไป โดยมีอัมรินทร์ นิติพนธ์ ที่อาศัยการช่วงชิงจังหวะที่ดีกว่าไล่เก็บทีละคันตามมาเข้ามาในอันดับ 2 ตามมาด้วยระพี พวงสุพาง ส่วนกิตติธัช วงษ์ไพร ต้องออกจาการแข่งไปหลังผ่านไปได้เพียง 2 รอบเท่านั้น
ในเรซที่2 นัก แข่งนอกจากต้องทนแรงกดดันกับเพื่อนนักแข่งด้วยกันเองแล้ว สภาพอากาศก็สร้างปัญหาให้นักแข่งและทีมงานต้องวางแผนกันให้ดี เนื่องจากมีฝนตกลงมา จนนายสนามประกาศเป็นเส้นทางแข็งแบบเปียก 2 คันแถวหน้ายังเป็นนักแข่งคู่เดิม ภัทรพล กับกิตติธัช ถึงแม้จะแข่งไม่จบในเรซแรกแต่ก็ทำเวลาต่อรอบไว้ได้ดี
หลังออกสตาร์ทไป ดูเหมือนภัทรพล จะแพ้ทางเปียกขับแบบประคองเหมือนเอาแค่จบการแข่งขันก็พอแล้ว ในทางกลับกันสุทธิลักษณ์ บุญเจริญ กับโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น สามารถแซงขึ้นมาเป็นผู้นำได้ในช่วงกลางของเกม จนมาถึงช่วงท้ายของเกมภัทรพลเริ่มคุ้นกับสภาพสนามไล่กดดันสุทธิลักษณ์จนแซง ขึ้นมาได้ และพยายามฉีกตัวออกมา ตาพลาดหลุดในทางโค้ง เป็นทีของสุทธิลักษณ์ขึ้นมารักษาอันดับผู้นำได้อีกครั้งหนึ่ง จนจบการแข่งขัน ส่วนภัทรพล ตามเข้ามาอันดับ2 และอัมรินทร์ นิติพนธ์ ตามมาในอันดับ3
มาถึงรุ่นไทยแลนด์ ปิกอัพ ทรัค แชมเปี้ยนชิพ เป็นนัดล้างตาระหว่างจรัส แจ้งกมลกุลชัย กับวรพจน์ บุญช่วยเหลือ โดยมีม้ามืด บวริศร์ สวาวสุ เป็นตัวสอดแทรก
และเป็นไปตามคาด จรัส ที่ได้ออกสตาร์ทจากตำแหน่งโพลโพซิชั่น ทะยานขึ้นนำแบบหายห่วงก่อนซิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกเก็บคะแนนสะสมไปครอง โดยมี วรพจน์ ตามเข้ามาในอันดับ 2 ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ ขจรศักดิ์ ณ สงขลา ส่วนอันดับ 4 และ 5 ได้แก่ บวริศร์ และ ชำนาญ อ่อนศรี ตามลำดับ
ช่วงเรซที่ 2 จรัส ยังคงได้ออกสตาร์ทในตำแหน่งผู้นำ หลังทำเวลาต่อรอบในเรซแรกได้เร็วที่สุด ตามด้วย วรพจน์ และ บวริศร์ ทั้งนี้มีตัวแปรใหม่คือสภาพอากาศ มีฝนตกลง และเช่นเคยนายสนามประกาศเป้นสภาพเส้นทางแข่งเปียก จรัสสตาร์ทออกไป ล่วงไปอยู่ในอันดับที่ 4 โดย มีขจรศักดิ์ ณ สงขลา ขึ้นไปเป้นจ่าฝูงในเรซนี้แทน ตามประกบมาด้วยเต็งหนึ่ง วรพจน์ บุญช่วยเหลือ ที่ชื่นชอบสภาพเส้นทางแบบนี้เป็นพิเศษ สร้างความกดดันให้กับผู้นำเป็นอย่างมาก
จนครบ 22 รอบ สนามไม่สามารถทำอะไรกันได้ แต่สร้างสีสันให้กับบรรดากองเชียร์รอบสนามเป็นอย่างมากสำหรับในรุ่นนี้ ผลปรากฏว่า ขจรศักดิ์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ควบรถแข่งเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ตามด้วยวรพจน์ ขณะที่ 3 เป็นของ บวริศร์ ส่วนจรัส ถึงแม้จะเข้ามาในอันดับที่ 4 แต่ก็โดนขจรศักดิ์ แซงน็อครอบไปหนึ่งรอบ
สำหรับรอบชิงก่อนโค้งสุดท้ายในรายโปร. เรซซิ่ง ซีรีส์ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2010 สนามที่ 4 จะมีขึ้ในระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน นี้ ที่ แก่งกระจาน เซอร์กิต จ.เพชรบุรี

















อ้างถึง
แจ้งลบ
ร่วมแสดงความคิดเห็น